Featured post

WordPress SEO Plugin ที่ดีที่สุด

ทดสอบ wordpress seo กับ plugin headspace2

seo plugin อื่น ๆ นั้นปรับแต่งได้เยอะจนคนเริ่มใช้นั้นงง  แต่เราขอแนะนำ  headspace2  seo plugin ที่ปรับแต่งได้อย่างง่ายดาย และครอบคลุมการปรับแต่ง seo หลัก ๆ สามารถเพิ่มลดส่วนที่ต้องการได้  จัดเป็น seo plugin ที่ใช้งานได้ง่ายมาก ๆ

การตั้งค่า permalink ใช้แบบ %postname%

theme เรียบ แต่ปรับแต่งได้เยอะ  theme default ของ wordpress   theme twenty twelve

page setting ไว้ตั้งค่า ทั้งเว็บ  สามารถตั้งค่าต่าง ๆ ของเว็บทั้งหมดได้ที่นี่  ทั้งหน้าแรก หน้าหลัก
หน้าเรื่อง หน้า หน้าคลังเก็บ หน้าผู้เขียน หน้าค้นหา และหน้าอื่น ๆ

specail tag ใช้สำหรับใส่เข้าไปในการตั้งค่าต่าง ๆ ที่อยากใช้ในการตั้งค่าต่าง ๆ

site modules  ใช้สำหรับเพิ่ม code verify ของเว็บ search engine ต่าง ๆ หรือ code ของเว็บสถิติต่าง ๆ หรือเว็บอื่น ๆ

Page Modules ใช้สำหรับการเพิ่มลด ค่าต่าง ๆ ในการตั้งค่า seo

โดยปกติจะตั้งค่าได้แค่ title และ description

แต่เราสามารถทำการเพิ่มส่วนต่าง ๆ ได้โดยการลากส่วนที่ต้องการจากส่วน disable มายัง simple

ทำให้เราสามารถตั้งค่า seo ได้เพิ่มขึ้นตามที่เราต้องการในแต่ละส่วน

ซึ่งการตั้งค่านี้ยังครอบคลุมถึงการตั้งค่าแบบทั้งเว็บ

การตั้งค่าแบบง่าย ๆ ทำให้ plugin นี้น่าใช้มาก ๆ  ถ้าคุณงงกับการตั้งค่าของ seo plugin ตัวอื่น ๆ headspace2 น่าจะเป็น seo plugin ที่คุณอาจจะสนใจ  เพราะมันใช้งานง่าย  แถมยังสามารถลดส่วนที่ไม่ต้องการใช้ออก  ทำให้ใช้งานได้อย่างไม่ซับซ้อน

post นี้เป็นส่วนหนึ่งของการทดลอง wordpress seo plugin

เพลงสรรเสริญพระบารมี

ความหมายในแต่ละประโยค

ข้าวรพุทธเจ้า
ภาษาปกติ = ข้าพระพุทธเจ้า
ความหมาย = ข้าน้อย

เอามโนและศิระกราน
ภาษาปกติ = ขอเอาหัวกราบลงด้วยใจ..
ความหมาย = ขอเอาใจ(มโน)และหัว(ศิระ)กราบ(กราน)

นบพระภูมิบาล บุญญดิเรก
ภาษาปกติ = น้อมกราบพระผู้ปกครองแผ่นดิน ผู้มีบุญญาธิการรุ่งเรือง
ความหมาย = กราบคำนับ(นบ)ผู้ปกครองแผ่นดิน(พระภูมิบาล) คุณความดี(บุญ) รุ่งเรือง(ดิเรก)

เอกบรมจักริน พระสยามินทร์
ภาษาปกติ = พระราชาผู้เป็นที่สุด หนึ่งในสยามประเทศ
ความหมาย = เอก(หนึ่ง)บรม(มาก)จักริน(พระราชา)

พระยศยิ่งยง
ภาษาปกติ = พระเกียรติคุณยิ่งใหญ่
ความหมาย = พระยศ(เกียรติยศ)ยิ่งยง(ยิ่งใหญ่ยืนยง)

เย็นศิระเพราะพระบริบาล
ภาษาปกติ = สุขสงบร่มเย็นใต้ร่มบารมี
ความหมาย = เย็นหัว(ศิระ)เพราะท่านปกครองเลี้ยงดู(บริบาล)

ผลพระคุณ ธ รักษา
ภาษาปกติ = ผลพระคุณท่านรักษา
ความหมาย = เป็นผลจากพระคุณของท่าน(ธ) ปกปักรักษา(รักษา)

ปวงประชาเป็นสุขศานต์
ภาษาปกติ = ประชาชนมีสันติสุข
ความหมาย = ปวงชน(ประชา)เป็นสุข สันติ(ศานต์)

ขอบันดาล
ภาษาปกติ = ขอให้เกิด
ความหมาย = ขอให้เกิด(บันดาล)

ธ ประสงค์ใด
ภาษาปกติ = ไม่ว่าท่านประสงค์สิ่งใด
ความหมาย = ไม่ว่าท่าน(ธ) ประสงค์สิงใด

จงสฤษฏ์ดัง หวังวรหฤทัย
ภาษาปกติ = ขอให้ทำได้เหมือนอย่างใจหวัง
ความหมาย = ขอจงสร้าง(สฤษฏ์)ให้เหมือน(ดัง)ใจหวัง

ดุจจะถวายชัย ชโย
ภาษาปกติ = ขอให้เป็นดั่งคำอวยพรด้วย ไชโย !
ความหมาย = ขอให้(ดุจ)เป็นดั่งคำอวยพร(ถวายชัย) ไชโย(ชโย)

บุหลันลอยเลื่อน (2)

เพลงบุหลันลอยเลื่อน

บุหลันลอยเลื่อน (2)

พระราชประวัติรัชกาลที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย
(ประสูติ พ.ศ. 2310 ขึ้นครองราชย์ พ.ศ. 2353 – พ.ศ. 2367)
มีพระนามเดิมว่า ฉิม
พระราชประวัติ
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยองค์ที่ 2 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงประสูติเมื่อ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2310 ตรงกับวันพุธ ขึ้น 7 คํ่า เดือน 3 ปีกุน มีพระนามเดิมว่า “ฉิม” พระองค์ทรงเป็นพระบรมราชโอรสองค์ที่ 4 ในพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชและกรมสมเด็จพระอมรินทรามาตย์พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ประสูติ ณ บ้านอัมพวา แขวงเมืองสมุทรสงคราม ขณะนั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เป็นหลวงยกกระบัตรเมืองราชบุรี พระบิดาได้ให้เข้าศึกษากับสมเด็จพระวันรัต ( ทองอยู่ ) ณ วัดบางหว้าใหญ่ พระองค์ทรงมีพระชายาเท่าที่ปรากฏ
1. กรมสมเด็จพระศรีสุริเยนทรามาตย์ พระอัครมเหสี
2. กรมสมเด็จพระศรีสุราลัย พระสนมเอก ขณะขึ้นครองราชย์ในปี พ.ศ. 2352 มีพระชนมายุได้ 42 พรรษา

พระราชกรณียกิจที่สําคัญ
พ.ศ. 2317 ขณะที่เพิ่งมีพระชนมายุได้ 8 พรรษา ได้ติดตามไปสงครามเชียงใหม่ อยู่ในเหตุการณ์ครั้งที่บิดามีราชการไปปราบปรามเมืองนางรอง นครจําปาศักดิ์ และบางแก้ว ราชบุรี จนถึงอายุ 11 พรรษา
พ.ศ. 2322 พระราชบิดาไปราชการสงครามกรุงศรีสัตนาคนหุต ก็ติดตามไป
พ.ศ. 2323 พระชนมายุ 13 พรรษา ได้เข้าเป็นศิษย์สมเด็จพระวันรัต (ทองอยู่ )
พ.ศ. 2324 พระราชบิดาได้เลื่อนเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกฯ ไปร่วมปราบปรามเขมรกับพระบิดา
พ.ศ. 2325 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ได้ปราบดาภิเษกแล้วได้ทรงสถาปนาขึ้นเป็น “สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร”
พ.ศ. 2329 พระชนมายุ 19 พรรษา ได้โดยเสด็จสมเด็จพระบรมชนกนาถ ไปสงครามตําบลลาดหญ้า และทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ
พ.ศ. 2330 ได้โดยเสด็จพระบรมชนกนาถ ไปสงครามที่ตําบลท่าดินแดง และตีเมืองทวาย
พ.ศ. 2331 ทรงผนวชเป็นพระภิกษุในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ซึ่งเป็นพระองค์แรกที่อุปสมบทในวัดนี้ เสด็จไปจําพรรษา เมื่อครบสามเดือน ณ วัดสมอราย ปัจจุบันคือวัดราชาธิราช ครั้นทรงลาผนวชในปีนั้น ทรงอภิเษกสมรสกับสมเด็จเจ้าหญิงบุญรอด พระธิดาในพระพี่นางเธอ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงกรมพระศรีสุดารักษ์
พ.ศ. 2336 โดยเสด็จพระราชบิดาไปตีเมืองทวาย ครั้งที่ 2
พ.ศ. 2349 ( วันอาทิตย์ เดือน 8 ขึ้น 7 คํ่า ปีขาล ) ทรงพระชนมายุได้ 40 พรรษาได้รับสถาปนาเป็น “กรมพระราชวังบวรสถานมงคล” ซึ่งดํารงตําแหน่งพระมหาอุปราชขึ้นแทน กรมพระราชวังบวรมหาสุรสีหนาท ที่ได้สวรรคตแล้วเมื่อ พ.ศ. 2346

การทํานุบํารุงบ้านเมือง
การปฎิสังขรณ์วัด โปรดให้แกะลายสลักที่บานประตู พระวิหารพระศรีศากยมุนี ณ วัดสุทัศน์ สร้างพระประทานในพระอุโบสถวัดแจ้ง และพระพักตร์พระพุทธธรรมิศรราชรายได้ของแผ่นดิน ได้จากการเก็บภาษีอากรทางด้านการค้า ที่ทําตามแบบเดิม คือให้พระคลังสินค้ามีอํานาจ ในการซื้อขายการปกครอง นั้นคงทรงไว้แบบเก่า แต่งตั้งเจ้านายที่เป็นเชื้อพระวงศ์เข้ากํากับราชการ กฎหมาย ทรงตราพระราชกําหนดสักเลข และพระราชกําหนดห้ามมิสูบและขายฝิ่น สถาปัตยกรรมขยายเขตพระบรมมหาราชวังสร้างสวนขวา พระสมุทรเจดีย์ และสร้างเมืองนครเขื่อนขันธ์ประเพณีพิธีกรรม ได้แก่พระราชกรณียกิจลงสรง พระกําหนดพิธีวิสาขบูชา พระราชพิธีอาพาธพินาศ และการตั้งโรงทานการใช้ธงช้างเป็นธงชาติ ช้างเผือก 3 เชือกได้แก่ พระยาเศวตกุญชร พระยาเศวตไอยรา และพระยาเศวตคชลักษณ์ศาสนา ทํานุบํารุงพุทธศาสนา เช่น การปฎิสังขรณ์วัดวาอาราม การสังคายนาสวดมนต์ การสร้างพระไตรปิฎก การส่งสมณทูตไปประเทศลังกาวรรณคดีและกวี มีรัตนกวีคู่พระหฤทัย เช่น พระสุนทรโวหาร สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระปรมานุชิตชิโนรส นายนรินทร์ธิเบศร์ ( อิน ) พระยาตรัง

บทพระราชนิพนธ์ในพระองค์ ได้แก่
1. บทละครในเรื่องรามเกียรติ์
2. บทละครในเรื่องอิเหนา
3. บทละครนอกเรื่อง สังข์ทอง คาวี ไชยเชษฐ์ ไกรทอง มณีพิชัย
4. กาพย์แห่เรือชมเครื่องคาวหวาน
5. บทกาพย์โขน ตอนนางลอย พรหมาสตร์ นาคบาศ และเอราวัณ
6. กลอนเสภาเรื่อง ขุนช้างขุนแผน

เพลงพระราชนิพนธ์ เพลงบุหลันลอยเลื่อน

การติดต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
การติดต่อกับพม่า
พ.ศ. 2352 หลังจากที่พระองค์ได้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติพระชนมายุได้ 43 พรรษา นาน 2 เดือน พม่ายกทัพมาตีหัวเมืองปักษ์ใต้โปรดให้สมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรมหาเสนานุรักษ์เป็นจอมทัพไปทรงปราบปรามพม่าได้
พ.ศ. 2363 พม่าเปลี่ยนแผ่นดินใหม่ โดยมีพระเจ้าจักกายแมง ต่อจากพระเจ้าปดุง ได้ข่าวว่า ไทยเกิดโรคระบาด จึงยกทัพมาตี ไทยได้จัดกองทัพไปป้องกันตามทางที่พม่าจะเดินทางเข้ามา เช่น กาญจนบุรี เพชรบุรี ถลาง สงขลา พัทลุง และตาก พม่ารู้ข่าวก่อนจึงไม่กล้ายกทัพมา

การติดต่อกับญวน
พ.ศ. 2353 พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชเสด็จสวรรคตแล้ว พระเจ้าเวียตนามยาลองกษัตริย์ญวน ได้แต่งตั้งให้ทูตเดินทางมาเคารพพระบรมศพ พร้อมกับถวายเครื่องราชบรรณาการเพื่อขอเมืองพุทธไธมาศกลับคืน จึงยอมให้เพื่อสมานพระราชไมตรี

การติดต่อกับกัมพูชา ( เขมร )
พ.ศ. 2353 สมเด็จพระอุทัยราชา กษัตริย์เขมร ถูกรัชกาลที่ 1 บริภาษไปเมื่อคราวเข้าเฝ้า จึงผูกใจเจ็บไว้ ครั้นรัชกาลที่ 1 สวรรคต จึงหันไปพึ่งอํานาจญวนด้วยสมเด็จพระอุทัยราชากลัวว่าไทยจะยกทัพไปปราบปราม ญวนให้นักองโปโหคุมทหารมากํากับเขมร สมเด็จพระอุทัยราชาคิดเสียดายเมืองเสียมราฐ เมืองพระตะบอง จึงปรึกษากับญวนซึ่งมีนักองโปโหเป็นกองกําลัง นักองโปโหก็เสนอแนะให้ฟ้าทะละหะ ยกทัพไปไทยโดยทําทีว่าจะไปเก็บค้างคาวและยมศิลาตามประเพณี ถ้าเห็นว่าอ่อนแอก็ให้โจมตีเมืองพระตะบอง แต่ฝ่ายไทยไหวทัน จึงตีกองทัพเขมรแตกพ่ายไป

การติดต่อกับจีน ในรัชกาลที่ 2 โปรดให้ไปเจริญทางพระราชไมตรีถึง 2 ครั้งคือ
พ.ศ. 2353 โปรดให้ราชทูตอันเชิญพระราชสาส์นไปถวายพระเจ้าเกียเข้งกรุงปักกิ่ง เพื่อให้จีนทราบว่าไทยเปลี่ยนแผ่นดินใหม่
พ.ศ. 2364 โปรดให้อัญเชิญพระราชสาส์น โดยมีพระยาสวัสดิสมุทร เป็นทูตไปแสดงความยินดีต่อพระเจ้าเตากวาง ที่ครองราชย์ต่อจากพระเจ้าเกียเข้ง พร้อมคํานับพระศพด้วย

การติดต่อกับโปรตุเกส
พ.ศ. 2361 ประเทศโปรตุเกสแต่งตั้งให้ มร. คาร์ลอส มานูเอล ซิลเวียรา เป็นทูตถือสาส์นนําเครื่องราชบรรณาการเข้ามาเจริญทางพระราชไมตรีสมัยรัตนโกสินทร์ โปรดให้เป็น หลวงอภัยวาณิช

การติดต่อกับสหรัฐอเมริกา
พ.ศ. 2364 กัปตันแฮน เป็นพ่อค้าชาวอเมริกันคนแรกได้ถวายปืนคาบศิลา 500 กระบอก จึงโปรดให้เป็น หลวงภักดีราช

การติดต่อกับอังกฤษ
พ.ศ. 2365 บริษัทอินเดียตะวันออกของอังกฤษตั้งผู้สําเร็จราชการอินเดียคือ มาร์ควิส เฮสติงค์ ได้ส่งจอห์นครอว์เฟิด มาเจริญราชไมตรี ผลของการเจรจาไทยเห็นว่าอังกฤษเอาเปรียบทุกอย่างไทยเลยไม่ติดต่อด้วย แต่ยังมีพ่อค้าชาวอังกฤษชื่อ โรเบิร์ต ฮันเตอร์ ยินยอมทําตามระเบียบของไทย และค้าขายเรื่อยมาจนได้โปรดให้เป็น หลวงอาวุธวิเศษ

เสด็จสวรรคต
เมื่อสิ้นรัชกาลสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยแล้วเจ้าอนุวงศ์หมดความเกรงกลัว เริ่มแข็งเมืองและเป็นกบฎขึ้นในรัชกาลพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เสด็จสวรรคต เมื่อวันพุธ เดือน 8 แรม 11 คํ่า ปีวอก ตรงกับวันที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2367 ขณะนั้นทรงพระชนมายุ 58 พรรษา ทรงเสวยราชย์สมบัติ 16 ปี ทรงมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งสิ้น 73 พระองค์

พระราชลัญจกรประจำรัชกาลที่ ๒
เป็นรูปครุฑยุดนาค เป็นพระราชสัญลักษณ์ของพระบรมนามาภิไธยว่า “ฉิม” อันหมายถึงพญาครุฑในวรรณคดีไทย ซึ่งอยู่ที่วิมานชื่อ ฉิมพลี

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

เพลงชาติไทย

“ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจกันยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย” เชื่อว่าประโยคนี้คงคุ้นหูหลายๆคน แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าวันนี้ (14 กันยายน) เมื่อปี พ.ศ. 2485 เป็นวันแรกที่ทางราชการไทยกำหนดให้ยืนตรงร้องเพลงชาติ เคารพธงชาติในเวลา 8.00 น. และ 18.00 น. และรู้ไหมว่ากว่าจะมาเป็นเพลงชาติไทยในแบบฉบับทุกวันนี้ เพลงประจำประเทศของเราผ่านการเปลี่ยนแปลงอะไรมาบ้าง

อาจารย์สุรศักดิ์ อุตสาห์ อาจารย์ประจำวิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต ได้เล่าถึงความเป็นมาของเพลงชาติไทยให้เราฟังว่า แต่ก่อนนั้นประเทศของเราไม่ได้มีเพลงประจำชาติเป็นสากล เราเอาตัวอย่างจากประเทศอังกฤษและฝรั่งเศส ในช่วงที่ประเทศเหล่านี้เข้ามาในกรุงรัตนโกสินทร์ ก่อนหน้านั้นประเทศไทยใช้เพลงสรรเสริญพระบารมี โดยการเทียบเคียงกับเพลง God save the Queen ซึ่งเป็นเพลงชาติของอังกฤษ เราจึงใช้เพลงสรรเสริญพระบารมีเป็นเพลงประจำชาติ แต่ในสมัยนั้นยังไม่มีเนื้อเพลง เป็นเพียงเพลงบรรเลงดนตรีไทย จนกระทั่งเปลี่ยนแปลงการปกครองในปีพ.ศ.2475 เป็นต้นมา จอมพล ป.พิบูลสงคราม ต้องการให้รัฐไทยมีเอกลักษณ์หลายๆอย่าง เช่น ยกเลิกการกินหมาก ให้สวมหมวก ให้มีชื่อ-สกุลให้ครบทุกคน กำหนดให้ทุกคนต้องเคารพธงชาติ จากนั้นจึงเปลี่ยนธงชาติจากเดิมที่มีสัญลักษณ์รูปช้างออก เหลือแต่แถบสีให้เหมือนกับประเทศแถบยุโรป

“สำหรับเพลงชาติก็ให้พระเจนดุริยางค์ (ปิติ วาทยะกร) หัวหน้ากรมศิลปากร รับผิดชอบในการประพันธ์เนื้อเพลง เดิมทีเขียนเฉพาะทำนองออกมาก่อน ทำนองเพลงชาติไทยจะคล้ายเพลงชาติยุโรปหลายเพลงรวมกัน เช่น ฝรั่งเศส หรือ สาธารณรัฐเช็ก เพราะจุดประสงค์ของเพลงชาติไทยสมัยนั้นคือต้องการให้เราเป็นเหมือนชาติยุโรป ให้ดูเป็นสากล เพื่อรักษาดินแดนเอาไว้ มีการนำลักษณะเพลงที่เป็นทำนองเพลงแบบตะวันตกมา ซึ่งเป็นเพลงมาร์ชในแบบยุโรป”

อย่างไรก็ตามเนื้อเพลงชาติไทยในสมัยแรกได้ขุนวิจิตรมาตรา(สง่า กาญจนาคพันธุ์) เป็นคนเขียนคำร้องเพื่อร้องประกอบกับทำนองเพลงที่พระเจนดุริยางค์ประพันธ์ขึ้นมา เราก็ใช้อยู่ไม่กี่ปีจนกระทั่งในปี พ.ศ. 2482 เปลี่ยนเป็นประเทศไทย จึงเปลี่ยนเนื้อเพลงอีกรอบหนึ่ง โดยเปลี่ยนไปใช้ของหลวงสารานุประพันธ์ (นวล ปาจิณพยัคฆ์) และกำหนดให้มีการบรรเลงเพลงชาติผ่านทางวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยในเวลา 8.00 น. และมีการแสดงความเคารพโดยหยุดนิ่งแสดงอาการสำรวมเมื่อมีการชักธงขึ้นลงในปี 2485 ใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

อาจารย์ประจำวิทยาลัยดนตรีอธิบายว่า เพลงชาติไทยเป็นเพลงประจำชาติที่ค่อนข้างสั้น เพลงชาติของบางประเทศมีทั้ง 5 นาที 8 นาที 10 นาที ของเราสองนาทีจบ แต่ก็สรุปความสำคัญของมันแล้ว จริงๆเนื้อเก่าลงท้ายด้วยคำว่า ‘ฉะนี้’ แล้วภายหลังก็เอาคำว่า ‘ไชโย’ มาจากฝั่งตะวันตก เพราะที่เวลาเขาเฮก็มีคำว่า ‘บราโว’ ‘โฮล่า’ หรือ ‘บันไซ’ ตอนแรกเราไม่มีวัฒนธรรมนั้น ก็คิดว่าจะทำอย่างไรให้เหมือนประเทศอารยะอื่นๆ สุดท้ายจึงใส่คำว่าไชโยลงไป

สำหรับเนื้อร้องของเพลงชาติไทยในปัจจุบัน อาจารย์สุรศักดิ์ได้ให้ความเห็นว่า เพลงชาติไทยเป็นเพลงชาติที่มีเนื้อหาที่ชัดเจนมาก เช่น ความหมายในวรรคแรกแสดงให้เห็นว่า ประเทศไทยกว่าจะรวมประเทศมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็ด้วยเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย แต่ความจริงแล้วชาติเชื้อไทยแท้ๆมันไม่มีหรอก เราแต่ละคนก็ลูกครึ่งทั้งนั้น ไม่จีนก็ เขมร ลาว ผสมๆกันมา แต่เราก็อยู่ร่วมกันได้ เราไม่มีปัญหาเรื่องเชื้อชาติเหมือนประเทศรอบๆเราอย่างมาเลเซีย ชาวจีนในมาเลเซียเลยต้องแยกประเทศเป็นสิงคโปร์ แต่ของเราแค่เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ก็กลืนกันหมดแล้ว เราอยู่กันได้เพราะรักสามัคคีกัน และถ้าสังเกตดีๆ ทำนองเพลงชาติไทยนั้นเดินทางจากเสียงต่ำไปเสียงสูง ซึ่งการเดินทางจากต่ำขึ้นสูงมันให้ความรู้สึกฮึกเหิม ถ้าไล่จากเสียงสูงแล้วลงเสียงต่ำ มันจะทำให้รู้สึกห่อเหี่ยว เพราะเขาคิดมาแล้วว่ายิ่งเสียงสูงขึ้น มันจะดันอุณหภูมิในร่างกายเรา และจังหวะ (Rhythm) มันคือลักษณะการเดินของทหารม้าของกองทัพเวลาเดินสวนสนาม เป็นจิตวิทยาในเชิงสรีระศาสตร์ เวลาที่เราเล่นหรือร้องเพลงนี้มันก็จะฮึกเหิม ซึ่งก็ได้ผลในยุคนั้น เพราะเป็นยุคของจอมพล ป. ที่ปลุกเร้าความเป็นชาตินิยม แต่เพลงชาติของบางประเทศก็อาจจะเป็นแบบลอยๆ เบาๆ เพราะเขาต้องการความสงบ เราต้องรู้ว่าเพลงชาติของเรา ณ ตอนนั้นเขาแต่งเพื่ออะไร แต่งขึ้นเพื่อปลุกความเป็นชาตินิยมแล้วก็ใช้มาจนปัจจุบัน

Costa Coffee ร้านกาแฟสำหรับผู้หลงไหลในรสชาติกาแฟ

ร้านกาแฟ

ถ้าคุณเคยไปที่ประเทศอังกฤษและเป็นคอกาแฟตัวจริง คุณต้องรู้จักร้าน “คอสต้า ค็อฟฟี่” (Costa Coffee) ร้านกาแฟอันดับหนึ่งของอังกฤษ ซึ่งตอนนี้ได้มาเปิดร้านสาขาแรกในประเทศไทยแล้ว ที่ Food Hall ชั้น G สยามพารากอน ซึ่งร้านนี้ถือว่าเป็นสาขาที่ 1,000 ของร้านกาแฟ costa coffee ทั่วโลก จุดเด่นของ Costa Coffee จะอยู่ที่ความเข้มข้นของกาแฟ “มอคคาอิตาเลีย” เมล็ดกาแฟซึ่งผ่านกระบวนการบดและคั่วเป็นพิเศษ ทำให้รสชาติของกาแฟ Costa coffee มีความเข้มข้นต่างจากกาแฟทั่วไป

บรรยากาศภายในร้านของ Costa coffee ก็ยังเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร เข้ากับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ ในร้านยังออกแบบให้เปิดโล่งเพื่อแสดงการทำกาแฟในแต่ละขั้นตอนของบาริสต้าของเรา ซึ่งลูกค้าจะรู้สึกได้ถึงความพิถีพิถันและเอาใจใส่ในการทำกาแฟ ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมในทุกแก้ว นอกจากนี้ ยังมีเมนูซิกเนเจอร์แปลกใหม่มากมาย เช่น เครื่องดื่มสำหรับเด็ก Babycino และ Chocolate Babycino พิเศษสุดเฉพาะเมืองไทยมีขนมอร่อยๆให้ทานคู่กาแฟรสกลมกล่อม น่าชิม อาทิเช่น พายไก่ พายเนื้อ เค้กมะพร้าวครีมสด และอื่น ๆ อีก มาสัมผัสกับกาแฟรสชาติอังกฤษแท้ได้ที่ร้าน Costa cofee

การทดสอบ seo plugin ร้านกาแฟ